หากลองนึกย้อนไปเมื่อสิบปีก่อน ทุกคนมีภาพจำของตัวเองอย่างไร มีสิ่งใดเหมือนหรือคล้ายเราในปัจจุบันบ้าง?

จากการศึกษากลุ่มวัยรุ่นในสกอตแลนด์จำนวน 1208 คน เมื่อปี 1950 โดยนักวิจัยได้ใช้แบบทดสอบบุคลิกภาพ 6 ประการ ได้แก่

1 ความมั่นใจในตนเอง 2 ความเพียร 3 ความมั่นคงทางอารมณ์ 4 ความมีสติ 5 ความคิดริเริ่ม 6 ความปราถนาที่จะเรียนรู้

อีก 63 ปีต่อมา นักวิจัยได้ทำการทดสอบกับคนกลุ่มเดิมอีกครั้ง จำนวน 674 คน งานวิจัยนี้มีสมมติฐานว่า บุคลิกภาพของคนเราไม่เปลี่ยนแปลงแม้เวลาจะผ่านไป แต่ผลการทดลองที่ออกมากลับไม่เป็นเช่นนั้น 'บุคลิกภาพของคนเราเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา' . “ตลอดระยะเวลาสิบปี คุณไม่มีทางเป็นคนเดิม” ดร.แดเนียล กิลเบิร์ต นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัย Harvard ได้ทำการทดลองโดยให้ผู้เข้าร่วมทำแบบทดสอบความสนใจ เป้าหมายและคุณค่าของพวกเขาเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหนในตลอดสิบปีที่ผ่านมาและคาดหวังว่าสิ่งเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหนในอีกสิบปีข้างหน้า . . ผลลัพธ์ที่ได้พบว่า เรารับรู้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในสิบปีที่ผ่านมา แต่มองว่าในอนาคตอีกสิบปีข้างหน้า เราจะเปลี่ยนแปลงไปแค่เพียง “เล็กน้อย” เท่านั้น . สิ่งนี้เรียกว่า “End of History Illusion” คือความเข้าใจผิดว่าประสบการณ์สำคัญในอดีตทำให้เราเติบโตกลายเป็นเราในปัจจุบันที่สมบูรณ์แบบ และจะไม่เปลี่ยนแปลงไปอีกในอนาคต . มนุษย์มีความสามารถในการปรับตัวสูง แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงเราก็สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงนั้น และคุ้นชินกับตัวตนใหม่โดยไม่รู้ตัว จึงเกิดความรู้สึกว่าเราเป็นคนเดิมที่เปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อยตามกาลเวลาและอายุ . แต่เราไม่ได้เป็นคนเดิมอย่างแน่นอน เมื่อเทียบกับอดีตที่ผ่านมา .

วิธีสังเกตที่ชัดที่สุดว่าตัวตนของเราได้เปลี่ยนไปแล้วคือ สิ่งที่เราโต้ตอบการตัดสินใจในอดีต เช่น การลบรอยสักที่ครั้งหนึ่งเราคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ดี การหย่าร้างกับคู่ชีวิตที่ตัวเราในอดีตคิดว่าจะรักตลอดไป หรือการลาออกจากงานที่ครั้งหนึ่งเราเคยพยายามมากมายเพื่อให้ได้มันมา .

เรามักตัดสินใจทำในสิ่งที่ตัวเราในอนาคตไม่เห็นด้วย เพราะเราไม่ได้จินตนาการถึงความต้องการของตัวตนในอนาคต . เราใช้ความต้องการของตัวตนในปัจจุบัน ตัดสินใจเลือกให้ตัวตนในอนาคต ซึ่งไม่น่าแปลกใจที่ในอนาคต เราจะผิดหวังและหงุดหงิดกับการตัดสินใจที่ผิดพลาดในปัจจุบัน . เพราะเราในช่วงเวลาปัจจุบันและเราในอนาคตไม่ใช่คนคนเดียวกัน . การเปรียบเทียบตัวเองเป็นบุคคลอื่น อาจฟังดูแปลกสักหน่อย แต่เมื่อต้องตัดสินใจเพื่อผลลัพธ์ในระยะยาว เราควรนึกถึงตัวตนที่เราอยากเป็นในอนาคตให้มากกว่าตัวตนในปัจจุบัน . ตัวตนในอนาคตที่ตั้งใจว่าจะเป็น ควรชี้นำตัวตนและบุคลิกภาพในปัจจุบันมากกว่าที่จะใช้ตัวตนจากอดีตมาอ้างอิง . การป้องกันไม่ให้ตัวตนในอนาคตของเราต้องผิดหวังคือการจินตนาการถึงความต้องการของเราคนนั้น เช่น เราในอีกสิบปีข้างหน้าจะเป็นคนแบบไหนและต้องการอะไรบ้าง การคาดเดาถึงอนาคตเป็นเรื่องยาก แต่ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ . วิธีหนึ่งที่ดูจับต้องได้คือการเขียนจดหมาย โดยจินตนาการถึงข้อความที่ตัวตนในอนาคตเราอยากจะบอกกับตัวตนในปัจจุบัน สิ่งที่อยากให้เลือกทำและเลือกไม่ทำ . เราทุกคนคงไม่อยากให้ตัวตนในอนาคต ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากเพราะการตัดสินใจที่ผิดพลาดของเราในวันนี้ เราหวังว่าตัวตนในอนาคตจะฉลาดกว่า มีประสบกาณ์มากกว่า มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกว่าและมีมุมมองต่อตัวเองที่ดีขึ้นกว่าเดิม . และนั่นขึ้นอยู่กับ.....'ตัวตนของเราในปัจจุบัน' . . #สุขศาสตร์ #ความสุข #สิ่งสำคัญ #หนังสือ #การอ่าน #ความสัมพันธ์ #อนาคต #อดีต



ดู 0 ครั้ง0 ความคิดเห็น